Say hiiiiiiiiiiiiiiiiiiiii

เรามีความฝันมาตั้งแต่ตอนเริ่มชอบนักร้องฝรั่ง เรียกง่ายๆว่า

การเริ่มต้นเป็นติ่งสากลนั่นเอง  พูดกับตัวเองทุกวัน

"สักวันเราจะต้องไปเหยียบอเมริกาให้ได้"

จากเด็กผู้หญิงที่ผิดหวังในการเป็น exchanged student เมื่อตอน ม.ปลาย 

ทั้งๆที่สามารถสอบผ่านข้อเขียนได้แล้ว

แต่....ด้วยความที่ผู้ปกครองเป็นห่วง

เราเลยได้แต่ทำใจและนอนร้องไห้

ห้ามใครสะกิดต่อมนี้เป็นอันขาด T_T

พอมาเรียนมหาวิทยาลัย ตั้งใจเรียนบ้างไม่เรียนบ้าง 

มีจุดมุ่งหมายคือ "ห้ามเอฟ ถ้าเอฟจะไม่ได้ไปเวิร์คนะ"

นี่คือแรงผลักดันในการเรียนของเรา และจะต้องไป Work and Travel ให้ได้

 

 

ช่วงที่เปิดรับสมัครร่วมโครงการ คือ เดือนสิงหาคม-เดือนธันวาคม 2014 

(ช่วงนี้ใครที่สมัครเร็วจะมีส่วนลด จากโปรโมชันต่างๆแล้วแต่เอเจนซี่)

ช่วงนั้นจะมีพี่ๆจากหลายๆเอเจนซี่มาตามที่ต่างๆของมหาวิทยาลัย 

ด้วยความกลัวขอพ่อแล้วจะไม่ได้ไป เลยอุบอิบหาข้อมูลไว้เฉยๆ 

พอเดือนพฤศจิกายน ตัดสินใจ เอาวะ! ไม่ลองก็ไม่รู้ ไม่ขอก็ไม่ได้ไป

สิ่งที่น่าแปลกคือ ..... ขอแค่ครั้งเดียว พ่อบอก ไปสิ เรานี่เงิบไปเลยคะ

จากนั้นก็มาคิดสิคราวนี้ ไปกับเอเจนซี่ไหนดี???

เราเริ่มจาก walk in ที่ศูนย์ของเอเจนซี่ในมหาลัย หาในเน็ต ถามพี่ที่เคยไป

สุดท้ายแล้วตัดสินใจเลือกเอเจนซี่ที่มีศูนย์ในมหาลัย เพราะ

1.พี่เขาสามารถดูแลเราได้ใกล้ชิดในระดับนึง

เพราะเราเพิ่งไปปีแรก ยังไม่มีประสบการณ์ 

2.พี่ที่เรารู้จักเคยไปกับเอเจนซี่นี้

 

เอเจนซี่ที่เคยได้ยินชื่อมา

American Learing, Higher, OEG,

Acadex, New Step, TRU etc.....

 

เราตั้งใจอยากจะทำงาน Fast Food

 

เอเจนซี่ที่เราเลือกมีงาน Fast Food ให้เลือกเยอะพอสมควรเลยแหละ ^^

(เพราะเราสมัครช้า งานที่เรทค่อนข้างสูงก็เริ่มทะยอยๆเต็มไปทีละงาน)

รัฐต่างๆประกอบการตัดสินใจ ไปไหนดีน๊าาาาาาาาาาา

 

 

ตอนแรกเลยจะไป Texas เพราะอะไรหน่ะหรอ?

ได้เรทเยอะดีหน่ะสิ แต่พอถามไปถามมา

อากาศที่นั่นร้อนกว่าไทย

นี่เลยเซย์โนวววววคะ

กลัวกลับมาไทยแล้วจะดำกว่าเดิม 555555555555

เลยมีอีกทางเลือกนึงคือ งาน Fast Food ที่ North Dakota 

พี่เราเคยไปมา บอกงานดีเงินดีเรทเยอะดี 

(รัฐอะไรว๊าาาไม่เคยได้ยินชื่อเลยอะ

แต่เรทเยอะก็น่าสนนะ..... นี่งกเงินมากคะ)

พี่เขาก็แนะนำว่า ภาษาต้องได้นะ ต้องเก่งนะ

และงานนี่เราเลือกไม่ได้นะจะทำร้านไหน เพราะรวมๆคืองาน fast food

เราก้โอเค แต่ไม่รู้จะรอดมั๊ยกับภาษาง่อยๆของเรา

พอสัมภาษณ์วัดระดับภาษาเสร็จแล้วเราก็มาคุยกับพี่เขาอีกทีคะ

 

สรุปว่า เราเลือกงานนี้ไว้

และรอสัมภาษณ์งานกับนายจ้างในเดือนมกราคม 2015

จากนั้นจ่ายค่ามัดจำงาน 4900 บาท

และจ่ายเงินงวดแรก ภายในสิ้นปีประมาณ 58000 บาท

(เพราะงานที่เลือกเป็น exclusive premium location

คือเรทที่ได้ค่อนข้างสูง ค่าโครงการเลยแพ๊งงงงงงงงงแพง)

 

มาถึงขั้นตอนความวุ่นวาย หัวหมุนกันเลยทีเดียวแหละ คือ 

ต้องเตรียมเอกสารและส่งเอกสารให้เอเจนซี่ดำเนินเรื่อง

เนื่อจากเราสมัครคอนข้างช้า เลยมีเวลาเตรียมเอกสารและเตรียมเงินน้อยมาก

ช่วงเดือนธันวาคม เราวุ่นกับการเตรียมเอกสารมาก

ทั้งต้องไปตรวจที่โรงพยาบาล ฉีดวัคซีน ขอใบเกรด ใบ ปพ บลาๆๆๆๆ

เยอะแยะมากมากเลยจ๊ะตอนนั้น แต่ก็ส่งเอกสารได้ทันเวลา 

 

เราตื่นเต้นมาก ช่วงปิดเทอมเดือนมกราคม

จะได้สัมภาษณ์งานแล้วววววววววววววว

พี่เอเจนซี่ก็นัดวันสัมภาษณ์งานผ่านสไกป์กับนายจ้าง

(จริงๆแล้วเขาเป็นเอเจนซี่จากอเมกาคะ : AWE)

นัดสัมภาษณ์ 6.00 น. เวลาประเทศไทยจ้าาาาาาา 

เราตื่นตีห้า มานั่งรอสไกป์ รอนานแสนนานนนนนน

จน 6.30 น.ก็ยังไม่สัมภาษณ์เราซะที

(เราอยากไปนอนต่อมากเลยตอนนั้น) เราเลยทักสไกป์ไปถาม

A : ลืมเรารึเปล่าคะ? เรามีนัดสัมภาษณ์เวลานี้ๆๆๆๆๆ งานนี้นะ

He : ขอชื่อด้วยครับ

A : บลาๆๆๆๆๆๆๆ

He : โอเค ยูอาร์เดอะเน็ก 

เค้าก็คอลมา ถามว่าพร้อมมั๊ย? ในการสัมภาษณ์เราจะเปิดกล้อง แต่เขาไม่เปิดนะ

คำถามที่ใช้ในการสัมภาษณ์ก็มีประมาณนี้นะ เท่าที่จำได้ แหะๆ

ชื่ออะไร เรียนอะไรอยู่ จะต่อสาขาอะไร จบไปจะทำงานอะไร

คิดว่าจะทำงานนี้ได้หรอ งานหนักมากเลยนะ เคยทำงานมาก่อนมั๊ย 

มีอะไรจะถามมั๊ย (ตอนนั้นไม่มีเลย แต่ก็ต้องถามอะ)

เราถามไปว่ามีที่เที่ยวแนะนำมั๊ยหลังจากทำงานเสร็จเหนื่อยๆ

(คำถามสิ้นคิดมาก แต่ทุกครั้งที่เขาถามว่ามีอะไรถามมั๊ยหรือมีอะไรจะพูดมั๊ย

เราควรถามนะคะ หรือพูดอะไรก็ได้ ชวนคุยอะไรก็ว่าไปเพื่อให้ไม่ดูเสียมารยาท)

เราจำได้เลยเราหลุดใช้ศัพท์เด็กอนุบาลไปหลายคำมาก

จนคุยเสร็จถึงนึกได้ว่าพูดอะไรออกไป ตอนนั้น I Fine ... กำลังฮิต

เราเลยตบท้ายไปด้วยประโยคนี้เลย

You'll regret if you don't choose me.

และเข้าตอบเรามาด้วยประโยคนี้

Good Luck and see you soon.

เรานี่เหวอๆแปปนึง แล้วก็ยิ้มให้เขาค่าาาาา

เย้!!! คิดว่าตัวเองผ่านแน่นอน 55555555555555

 จากนั้นมีอีเมลล์เข้ามาให้เลือกงงานสำรองไว้ เผื่อตกสัมภาษณ์งานนี้

เราเลือกงาน MCdonald Hawaii ไม่รู้อะไรดลใจให้เลือก มันก้ร้อนไม่ต่างกับ Texas เล๊ยยยยยยย แต่ก็ไม่ได้ไปหรอก

ผ่านสัมภาษณ์งาน Fast Food North Dakota จ้าาาาาาา

 

ใกล้ความฝันเข้ามาทุกทีแล้วสิน๊าาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาา

 

คำถามที่โดนถามบ่อยๆ

Q1 : เลือกไปกับเอเจนซี่ไหนดี?

A1 : เราเลือกงานที่เราอยากจะทำก่อน จากนั้นเมืองที่อยากจะไป แล้วไปดูเอเจนซี่ ว่ามีที่ไหนตรงใจเราบ้าง เข้าไปศึกษาข้อมูลดีๆ สอบถามคนที่เคยไปกับเอเจนซี่นั้นๆด้วยก้ดีคะ 

Q2 : เตรียมตัวสัมภาษณ์ยังไง? สำเนียงยากมั๊ย?

A2 : เรานั่งลิสต์คำถามที่เขาน่าจะถาม และคำตอบสำหรับตัวเราเอาไว้ในสมุดคะ พยายามฟังให้ออก จับคีย์เวิร์ดให้ได้ สำเนียงอเมกันไม่ยากเลยคะ เขาค่อนข้างพูดช้าด้วย ถ้าฟังไม่ทันก็ pardon? can you say it again? pleaseeeee

 

PS. สาระอาจไม่ค่อยจะมี แค่อยากเขียนไว้เผื่อเราจะได้ไม่ลืม เผื่อคนที่ผ่านเข้ามาจะได้ประโยชน์จากมันบ้าง สุดท้ายนี้ก็ติดตามตอนต่อไปค่าาาาาาาาาา

 

Love <3

Autumn Girl  

edit @ 6 Jan 2016 15:37:44 by Autumn Girl

Comment

Comment:

Tweet

cool

#1 By sthepakul on 2016-05-16 05:58