Chapter III : วันแรกในอเมกา

posted on 12 May 2016 00:38 by autumngirl directory Travel, Diary

         หายไปนานแสนนาน กลับมาเขียนก็ใกล้จะอีกรอบแล้วจ้า มาเข้าเรื่องของเรากันดีกว่าเนอะ ต่อไปนี้ก็จะเป็นประสบการณ์การเหยียบพื้นดินสหรัฐอเมริกาครั้งแรกค่ะ เอาหล่ะ เริ่ม!!!

          หลังจากออกจาสนามบินที่นาริตะใช้เวลาสิบกว่าชั่วโมงก็มาถึงสนามบินมินนีแอโพลิส รัฐมินนิโซตา ซึ่งต้องผ่านด่านตรวจคนเข้าเมืองที่สนามบินนี้นั่นเอง เพราะเป็นสนามบินแรกที่เราเข้าประเทศนั่นเอง เราก็เดินตามหลายๆคนมาเข้าแถวค่ะ เตรียมพาสปอร์ตให้เรียบร้อย ระหว่างยืนรอเข้าแถวยาวเหยียดก็เจอคนไทยด้วย เด็กเวิร์คที่มาเป็นกลุ่มด้วย เขาเห็นเราถือพาสปอร์ตประเทศไทยก็ทักทายกัน พอใกล้ๆคิวเราเค้าก็จะบอกว่าให้ไปช่องไหนๆ พอเจอเจ้าหน้าที่ เค้าก็จะขอดูพาสปอร์ต และก็ถามคำถามนิดหน่อย  ก่อนถามเจ้าหน้าที่ก็จะดูหน้าดูพาสปอร์ตตรงกันมั๊ยไรงี้ จำได้ว่าของเราเจ้าหน้าที่ถามว่า มาทำอะไร ที่ไหน อยู่นานแค่ไหน ประมาณนี้ค่ะ จำไม่ค่อยได้แล้ว เสร็จแล้วก็ผ่านไปเอากระเป๋าตรงสายพาน แล้วก่อนผ่านเข้าสนามบินก็ต้องตรวจกระเป๋าอีกรอบ ตอนนั้นเราแบบต่อยาวเลยอะ เลยไม่ต้องไปเช็คอินอีกรอบ ระหว่างรอตรวจกระเป๋าจะเป็นโซนห้ามใช้โทรศัพท์แบบห้ามเลยนะ แต่เรากับเพื่อนที่เพิ่งเจอก็แบบคุยกันเรื่องสัญญาณก็หยิบโทรศัพท์ขึ้นมา เจ้าหน้าที่นี่หันมาดุเลยอะ "พวกเทอนี่เป็นนักเรียนแต่ทำไมไม่หัดดูป้ายบ้าง" อะไรทำนองนี้ เรากับเพื่อนนี้เหวอไปเลยอะ แบบเห้ยยยย ขอโทษได้ไหมมมมม แล้วก็เรียกเราไป ตอนเราไปนี่หมูห้ามเข้ามั๊ง โจ๊กหมูที่เราเอาไปสองแพ็คปลิวลงถังขยะอย่างรวดเร็ว แถมรื้อของเราแล้วไม่ช่วยเก็บอีกนะ ชิ! นี่ใช้เวลาแพ็คของใหม่นานอยู่ เสียดายโจ๊ก !!!!cry

 

          หลังจากผ่านด่านตรวจคนเข้าเมืองแล้ว เราก็จะต้องเดินทางไกลจาก international ไปที่ domestic ซึ่งไกลมากกกกกกกกก แบบไกลจริงๆ เดินจนเหนื่อยอะ แต่ดีหน่อยที่ไม่ต้องลากกระเป๋าอีกสองใบมาด้วย แต่พอเดินมาถึงเกจเท่านั้นแหละ มีรถไฟฟ้าค่ะ ไม่ต้องเดินค่ะ แล้วอินี่เดินทำม๊ายยย ถึงหน้าเกจก็นั่งรอขึ้นเครื่อง เราก็หาต่อไวไฟซึ่งต่อยากมากเพื่อโทรกลับบ้านค่ะ เดี๋ยวคุณพ่อคุณแม่เป็นห่วง อิอิ หลังจากนั้นก็ขึ้นเครื่องไปไมนอท

            เรามาถึงงไมนอทประมาณทุ่มนึง โทรศัพท์ก็ไม่มีซิม ฝนก็ตกและหนาวมาก คือยังไม่ชิน นี่ก็นั่งรอจนทุกคนที่มาไฟลต์เดียวกันกลับหมดแล้ว เดินเข้าเดินออกสนามบินหวังว่าวิลเลียมจะมารับและก็ต้องหน้าแตกทุกครั้งที่ไม่ใช่รถของฮี (วิลเลียมคือคนดูแลเรื่องบ้าน จะพาเราไปที่บ้านพักค่ะ) นี่พยายามใช้โทรศัพท์ธารณะที่สนามบินโทร เห็นบอกโทรฟรี ก็โทรไม่ได้ เดินไปหาเจ้าหน้าที่ถามว่าโทรศัพท์ใช้ยังไง จะโทรให้คนมารับไรงี้ เขาก็ดีนะ มาทำให้แต่ก็ไม่ได้ สุดท้ายคุณพี่เจ้าหน้าที่ได้เอาเบอร์ไปโทรให้เรา แล้วบอกวิลเลียมว่าเรารออยู่ คือตอนนั้นปริ่มมาก แบบข้างนอกก็หนาว ฝนก็ปรอย ในสนามบินก็เงียบเหลือเกิน นั่งรอสักพักวิลเลียมก็เดินเข้ามาพร้อมกับผู้ติดตามหนึ่งคน มาช่วยเรายกกระเป๋าสองใบขึ้นรถ พร้อมแนะนำตัว อีกคนชื่อเอมมานูเอล ขอเรียกว่าเอ็มแระกัน ทั้งสองคนคุยกับเป็นภาษาสเปนอย่างสนุกสนาน ไม่ได้สนใจคนข้างหลังเลย เราก็นั่งไปจะหลับไป ทั้งเหนื่อยทั้งเจ็ทแล็กด้วย ไปถึงบ้านพักก็สามทุ่มเศษๆ จัดการเรื่องกุญแจบ้านเรียบร้อยล้มตัวลงบนโซฟา หลับไปชั่วโมงกว่าๆ ตื่นขึ้นมาก็ตอนที่พี่เอม (พี่ที่ทำงานร้านเดียวกัน) กลับมาจากที่ทำงาน นี่ก็ยืมโทรศัพท์พี่เอมโทรกลับบ้านอีก เพราะที่บ้านพักไม่มีเน็ต เก็บของ อาบน้ำ และนอน นอนทั้งๆที่ไม่หมอน ผ้าห่ม มีแค่เตียง ดีนะที่ในบ้านยังพออุ่นๆ

          เช้าวันต่อมา วิลเลียมพร้อมผู้ติดตามมารับเราไปธนาคารเพื่อเปิดบัญชี เราเปิดบัญชีกับ well fargo จากนั้นไป walmart ซื้อของใช้จำเป็น แล้วกลับมาบ้าน ภายในวันแรกเรามีเพื่อนเพิ่มมาหนึ่งคน คือเอ็มนั่นเอง ฮีก็มาหาที่บ้าน ชวนไปเดินเล่น พาดูทาง พาไปเลี้ยงแมคด้วยนะ (เกรงใจสุดๆแต่ก็กิน) ก็คุยกันเรื่อยเปื่อย ปรึกษาฮีว่าที่ทำงานไกลทำยังไงดี ฮีใจดีมาก ให้เรายืมจักรยานขี่ไปทำงานด้วยแหละ

 

cool  PS. อาการเจ็ทแล็กของเรานั้นคงอยู่แค่หนึ่งวัน เพราะวันที่สามเราจะเริ่มทำงานแล้ว เย้!!

embarassed PS. การหารูปนั้นยากมาก เพราะไม่ค่อยได้ถ่าย เง้อออออ

    PS. จะ ปล. อะไรนักหนา คือจะบอกว่าเขียนตอนดึกแล้ว รีบพิม รีบนอน ภาษาและการจัดหน้ามันอาจจะดูน่ารำคาญไปนิด เก๊าขอโทษน๊าาา

 

Love <3

Autumn Girl

edit @ 12 May 2016 01:05:15 by Autumn Girl

Comment

Comment:

Tweet